ไปหาปลาในทุ่งนาสมัยเด็กๆ
ไปหาคนเดียวตามประสา ก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่เมื่อเห็นเพื่อนๆ ได้มากๆ ก็ถามเพื่อนว่า ทำอย่างไร
เขาบอกว่าพ่อแม่เขาสอนว่า เวลาฝนตก ปลาจะตื่นน้ำใหม่มันจะวิ่งลอยทวนน้ำ เพื่อขึ้นไปหากินอาหารตรงข้างบนที่น้ำตื้นๆจะมีใส้เดือนอาหารมากมาย เวลามันไปจะไปเป็นฝูงๆ เราก็ไปกับเขา ปรากฎว่าได้มากขึ้น ถ้าได้น้อยเพื่อนก็แบ่งให้แสดงความมีน้ำใจ
เมื่อโตขึ้นไปหาปลากับครู ครูบอกว่า เราต้องรู้แหล่งที่ปลาวิ่ง มันก็จะมีปลาตรงที่มันผ่านเป็นประจำทุกปีนั่นแหล่ะ เมื่อไปกับครูทำตามคำแน่ะนำก็ได้มากจริงๆ
เมื่อมีครอบครัวแล้ว ก็ไปหาปลามาเลี้ยงลูกเมีย ก็นำตาข่ายดักปลาไปจับ ตามที่เพื่อนๆเขาทำกัน
ที่เหมาะที่สุดคือตรงหน้าปากท่อ ที่น้ำไหลเข้าท่อ จะมีตาข่ายดักปลาจำนวนมากแต่ก็ได้ปลา
ตาข่ายถี่ จะได้ปลาตัวเล็กตัวน้อย แต่ก็ได้ทุกวัน ส่วนตาข่ายตาห่าง ก็จะได้ตัวโต แต่ได้น้อย บางวันก็อาจจะไม่ได้เลย
มีเพื่อนบอกว่า อยากได้มากก็ เอาตาข่ายหลายๆผืน ก็จะได้ปลาหลายๆตัว
ถ้าตาข่ายเล็กได้อาหารทุกวันแน่ๆ แต่ตาข่ายใหญ่ ก็ได้ตัวโตอร่อย คุ้ม
ถ้าอยากได้ทั้งสองอย่างก็เอาตาข่ายหลายๆผืน ทั้งถี่และห่าง
เมื่อมาวิเคราะห์ประกอบการค้าการตลาดเชิงธุรกิจ คิดแบบฮวงจุ้ยของชาวจีนบ้าง
ปลา เปรียบเสมือนเงินทอง น้ำเปรียบเสมือนถนนที่ตัดผ่าน
แหล่งน้ำไหลเปรียบเสมือน ที่ปลาซุกซุม ก็คือทำเล ตลาดที่ผู้คนเข้าออกมากมาย
อยากได้ปลาทุกวันก็เหมือนขายของเล็กๆน้อยๆ ได้ขายทุกวัน ได้ทุกวัน
ส่วนอยากได้เงินก้อนโต หรือปลาตัวใหญ่ ก็ค้าขายสินค้าราคาสูง นานที ได้ที แต่ก็คุ้ม
อยากได้มากๆ ก็มีตายข่ายหลายตาข่าย ก็เปรียบเสมือน มีร้านค้าหลายๆแห่ง หลายๆที่ ก็จะได้เงินมากขึ้น
ที่สำคัญ การหาเงินมีอยู่สองทางคือ
๑.การหามาเพิ่ม เช่น เงินเดือน ความชอบ การค้าขาย การหาอาหารทำนา ปลูกผัก หาปลา เก็บเห็ด ได้เล็กได้น้อย ก็จะเพิ่มขึ้น
๒.การประหยัด ลดค่าใช้จ่ายประจำวัน ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ เสื้อผ้า อาหาร งานสังคม
เงินที่หาง่ายที่สุด จะอยู่ข้อที่สอง ไม่ต้องเหนื่อยมากนัก แค่ไม่จ่าย เงินที่มีก็เหลือแล้ว
เราอยู่ในสังคม เราต้องการการอยู่อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี
เราจำเป็นต้องวิเคราะห์ความจำเป็น ควรไม่ควร
เรามีเงินต้องการมีศักดิ์ศรี เอาเงินมาเลี้ยงเพื่อนๆ เขาก็ขอบคุณ ดีใจที่เรามีน้ำใจ แต่เราต้องคิดไปข้างหน้าอีกว่า เราทำบ่อยๆ เราจะเดือดร้อนไหม คนรอบข้าง ลูกครอบครัวญาติเราจะเดือดร้อนไหม บางครั้งอาจจะเกิดผลลบได้ ถ้าเลี้ยงไม่ถูกที่ไม่ถูกกาล อาจจะถูกมองว่า น่าหมั่นใส้ หรือเราทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงินอยู่ อาจจะถูกมองว่ายักยอกเงินราชการมาหรือเปล่า แทนที่จะเป็นผลดี อาจจะเกิดผลลบทางสังคมได้
ใช้เงินในการซื้อของประดับ บางครั้งก็สวยงาม ดังคำที่ว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง การแต่งตัวบางครั้งก็ดีทำให้สังคมมองในสิ่งที่น่าประทับใจ แต่เราก็ต้องวิเคราะห์บทบาททางสังคมบ้างคนรอบข้าง พ่อแม่ พี่น้อง จะถูกมองว่า โป้ไปไหม เหมาะกับวัยหรือเปล่า แก่แล้วยังทำเป็นเด็ก หรือเด็กวานซืนทำตัวแก่แดด และทรัพย์ที่จะนำมาประดับตัว จะนำไปสู่การฆาตรกรรมหรือไม่ ใช้ไม่ถูกที่ถูกกาล พาลต้องเสียชีวิต เสียชื่อเสียงได้
ค่านิยมที่ผิดๆ ทำให้เดือดร้อนทั้งตนเองและคนรอบข้าง
บ้านหรูๆ ทั้งๆที่ อาทิตย์หนึ่งๆ ได้นอนแค่วันเสาร์อาทิตย์ แต่สร้างตั้งหลายล้าน เพื่ออวดบารมี
รถยี่ห้อดังๆ ได้นั่งฟังเพลงอาทิตย์ละสองชั่วโมง มูลค่าล้านกว่าบาท เท่ไม่หยอก
สำหรับความคิดผมแล้วเห็นว่า มันไม่ใช่เรา สิ่งจำเป็นสำหรับเรา สำหรับครอบครัว สังคมรอบข้าง น่าจะเอาเงินเหล่านั้นไปต่อไปเพิ่ม เป็นทุนให้มีเงินมากขึ้น หรือไม่ก็ไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นกว่านี้ที่เรามีอยู่
ผมรู้สึกสงสารบุคคลที่ติดค่านิยมดังกล่าว
บางคนก็อาจจะบอกว่าก็ฉันมันรวยน่ะ
แต่ผมบอกว่า มันไม่ใช่น่ะ คุณยังไม่รวยพอที่จะทำแบบนั้น ลูกหลานคุณยังไม่มีอาชีพ คุณน่าจะเตรียมอาชีพให้กับเขามากกว่า
ไม่น่ะพ่อแม่ของคุณที่เขาเลี้ยงคุณมา คุณได้ทำหน้าที่ลูกๆที่ดีแล้วยัง คุณให้คุณภาพชีวิตที่ดีกับเขาแล้วยัง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่พัก
แล้วคนรอบข้างคุณเขายังจนอยู่ คุณได้ให้การเหลียวแลเขาบ้างไหม ให้ความรู้ ให้คำแน่ะนำ ให้หยิบยืมบ้างตามโอกาส
ถ้าเขาอยู่อย่างมีความสุข คุณก็อยู่กับเขาอย่างมีความสุข
ตราบใดที่คนรอบข้างของคุณยังทุกข์อยู่
ท่านจะมีบ้านที่หรู มีรถนั่งราคาแพง นั่นอาจจะเป็นคุณ แต่ไม่ใช่ผม
การที่จะมีพอประมาณคิดว่าคงไม่ยาก
ดังที่ว่า ป่าคุณไม่ต้องปลูกมากมาย ขอแค่คุณอย่าไปตัด มันก็จะงอกงามของมันเอง
เงินคุณไม่ต้องเสียเวลาอดหลับอดนอนวิ่งตลอดเวลาก็ได้ ขอแค่คุณไม่คิดจะใช้วางแผนต่างๆ มันก็จะเหลือของมันเองอยู่แล้ว
และสุดท้ายก็ขอนำคำสอนโอวาทสี่ของเหลียวฝานบางตอนที่บอกว่า
ดวงชะตาฟ้าลิขิต กำหนดชะตาชีวิตของคุณแล้ว
แต่ถ้าคุณทำดี คุณก็จะมาแบบเหนือดวง
ฉันใดก็ดี ถ้าคุณรอแต่ดวง ไม่ทำอะไรให้ดีขึ้น ดวงก็ช่วยคุณไม่ได้เช่นกัน
ศีล ทาน ภาวนา
ศีลห้าข้อ ถือไว้ให้มั่น
การทานที่ดีที่สุดคืออภัยทาน รองลงมาคือธรรมทาน สุดท้ายควรทานให้กับคนดีมีศีลคืออามิสทาน
ภาวนาคือการปฏิบัติ ปฏิบัติดี ด้วยกาย วาจา และใจ
บุญกุศลย่อมเกิดแก่ผู้ทำ
เราไม่จำเป็นต้องเอาคำพูดเขาเราไปสอนใครๆหรอก
แต่เราปฏิบัติให้เขาดู ให้เขาเห็น
คนมีปัญญาย่อมเห็นธรรม
วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)