วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

"ทำไมถึงควรรู้ภาษาจีนกลาง

ชอบคำตอบของ คิม ซ่า

หากถามว่านอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ภาษาต่างประเทศใดที่ควรเรียนรู้มากที่สุดในเวลานี้ คำตอบคือภาษาจีนกลาง การที่คุณรู้ภาษาจีนกลางหมายความว่าคุณกำลังรู้ภาษาที่คนกว่าพันล้านคนทั่วโลกใช้กันอยู่ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศซึ่งมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูงและต่อเนื่องมาหลายปีและถูกจับตามองว่า จะกลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจของโลกในศตวรรษนี้

จากเหตุผลข้างต้น ทำให้ทุกวันนี้ภาษาจีนกลางได้กลายเป็นภาษาที่คนจากหลายประเทศให้ความสนใจและตื่นตัวที่จะเรียนรู้กันมากขึ้นและจำนวนคนที่เรียนภาษานี้ก็มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยผู้เรียนส่วนใหญ่ล้วนมี เป้าหมายในการเรียนภาษานี้คือเพื่อต้องการสร้างข้อได้เปรียบในการสมัครงาน การเติบโตในหน้าที่การงาน และโอกาสในการติดต่อทางธุรกิจ เป็นต้น

รู้ภาษาจีนกลางเพิ่มอีก 1 ภาษา = เข้าถึงผู้คนบนโลกเพิ่มอีกกว่า 1 พันล้านคนเช่นกัน

ข้อมูลจาก Wikipedia ระบุว่ามีคนประมาณ 873 ล้านคนพูดภาษาจีนกลางเป็นภาษาแม่ และอีก 178 ล้านคนพูดภาษาจีนกลางเป็นภาษาที่สอง รวมแล้วคนที่พูดภาษาจีนกลางทั่วโลกมีทั้งหมด 1,051 ล้านคน

ภาษาจีนกลางเป็นภาษาราชการที่ใช้ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐจีนหรือไต้หวัน นอกจากนี้ยังเป็น 1 ใน 4 ภาษาราชการที่ใช้ในประเทศสิงคโปร์ รวมทั้งยังใช้อย่างแพร่หลายในชุมชนชาวจีนตามประเทศต่างๆทั่วโลกอีกด้วย


รู้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน = สื่อสารคนบนโลกได้ถึง 2 พันล้านคน


คนบนโลกใบนี้สามารถพูดภาษาจีนกลางได้มีประมาณ 1,051 ล้านคน บวกกับคนที่พูดภาษาอังกฤษได้อีกประมาณ 1,100 ล้านคน รวมแล้วทั้งหมด 2,151 ล้านคนหรือประมาณ 1 ใน 3 ของประชากรโลก นี่คือตัวเลขจำนวนประชากรที่คุณสามารถเข้าถึงพวกเขาได้ หากรู้ทั้งภาษาจีนกลางและภาษาอังกฤษ


ปี 2010 ตัวเลขผู้เรียนภาษาจีนกลางแตะ 100 ล้านคน
สำนักข่าวซินหัวของประเทศจีนรายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการของจีนได้ประเมินตัวเลขชาวต่างชาติที่เรียนภาษาจีนกลางทั่วโลกจะมีถึง 100 ล้านคนในปี 2010 ซึ่งรัฐบาลจีนต้องผลิตคร ูสอนภาษาจีนประมาณ 5 ล้านคนเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว

สำหรับในปัจจุบันคาดกันว่ามีชาวต่างชาติที่กำลังเรียนภาษาจีนกลางประมาณ 40 ล้านคนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยจำนวน 12,400 แห่งทั่วโลกhttp://english.cri.cn/3126/2006/05/24/269@94606.htm

นิตยสาร TIME รายงานข่าวกระแสการเรียนภาษาจีนกลางทั่วโลก


การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีน ทำให้โลกมีภาษาที่สองใหม่ซึ่งไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เดวิด แกรดดอล (Davis Graddol) นักภาษาศาสตร์ชาวอังกฤษบอกว่า หากคุณต้องการก้าวหน้าต่อไป ต้องเรียนภาษาจีนกลาง หลายประเทศในทวีปเอเซีย ยุโรป และประเทศสหรัฐอเมริกา ภาษาจีนกลางกำลังเป็นภาษาใหม่ที่ต้องเรียน

นักศึกษามหาวิทยาลัยและนักเรียนระดับไฮสคูลของประเทศเกาหลีใต้กว่า 160,000 คน กำลังเรียนภาษาจีนกลางซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 66 จาก 5 ปีที่แล้ว

ในระหว่างปี 1993 – 2005 พบว่าจำนวนโรงเรียนมัธยมศึกษาของประเทศญี่ปุ่นที่เปิดสอนวิชาภาษาจีนกลางเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ทุกวันนี้ภาษาจีนกลางกลายเป็นภาษาต่างประเทศที่สอนกันมากเป็นอันดับ 2 ในประเทศญี่ปุ่น รองจากภาษาอังกฤษ

ในปี 2004 ประเทศจีนกลายเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในประเทศกัมพูชา ชาวกัมพูชาเองก็มองเห็นถึงความสำคัญของภาษาจีนที่เทียบเท่ากับภาษาอังกฤษ ประเทศอื่นๆนอกทวีปเอเซีย จำนวนนักเรียนที่เรียนภาษาจีนกลางยังเป็นกลุ่มเล็กอยู่ แต่ก็มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ระหว่างปี 2000-2004 จำนวนนักเรียนในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์ ที่สอบวิชาภาษาจีนในระดับสูงเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 57

ในประเทศสหรัฐฯ การเรียนภาษาจีนกลางยังคงตามหลังการเรียนภาษาต่างประเทศอย่างภาษาฝรั่งเศสและภาษาสเปนซึ่งเป็นที่นิยมอยู่ แต่จำนวนกลุ่มนักเรียนระดับวิทยาลัยที่ไปศึกษาต่อที่ประเทศจีนกำลังเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีเมื่อเดือนมกราคม ปี 2006 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ของสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนที่จะใช้งบประมาณ 114 ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือประมาณ 4,000 ล้านบาทเพื่อเพิ่มจำนวนครูผู ้สอนและหลักสูตรภาษาที่มีความจำเป็นในด้านยุทธศาสตร์ซึ่งหนึ่งในนั้นมีภาษาจีนกลางอยู่ด้วย

รัฐบาลจีนได้พยายามส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเรียนภาษาจีนกลางกันมากขึ้น โดยรัฐบาลได้ก่อตั้งสถาบัน Confucius Institutes ซึ่งเป็นศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมที่ทำหน้าที่แบบเดียวกับบริติช เคาน์ซิล(British Council) ของประเทศอังกฤษ สถาบันเกอเธ่ (Goethe-Institut) ของประเทศเยอรมนี หรือ อัลลิยอง ฟรองเซส์ (Alliance Francaise) ของประเทศฝรั่งเศส โดยได้ก่อตั้งในประเทศต่างๆมากกว่า 30 ประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เคนย่า สหรัฐฯและสวีเดน เป็นต้น ประเทศจีนได้ตั้งเป้าหมายว่า จะมีชาวต่างชาติเรียนภาษาจีน 100 ล้านคนก่อนปี 2010 http://www.time.com/time/asia/covers/501060626/story.html"

นี่คือคำตอบจาก cimza ต่อคำถาม: ภาษาจีน